ค้นหา
ไทย
  • English
  • 正體中文
  • 简体中文
  • Deutsch
  • Español
  • Français
  • Magyar
  • 日本語
  • 한국어
  • Монгол хэл
  • Âu Lạc
  • български
  • Bahasa Melayu
  • فارسی
  • Português
  • Română
  • Bahasa Indonesia
  • ไทย
  • العربية
  • Čeština
  • ਪੰਜਾਬੀ
  • Русский
  • తెలుగు లిపి
  • हिन्दी
  • Polski
  • Italiano
  • Wikang Tagalog
  • Українська Мова
  • อื่น ๆ
  • English
  • 正體中文
  • 简体中文
  • Deutsch
  • Español
  • Français
  • Magyar
  • 日本語
  • 한국어
  • Монгол хэл
  • Âu Lạc
  • български
  • Bahasa Melayu
  • فارسی
  • Português
  • Română
  • Bahasa Indonesia
  • ไทย
  • العربية
  • Čeština
  • ਪੰਜਾਬੀ
  • Русский
  • తెలుగు లిపి
  • हिन्दी
  • Polski
  • Italiano
  • Wikang Tagalog
  • Українська Мова
  • อื่น ๆ
ชื่อ
การถอดเสียง
ต่อไป
 

กฎแห่งเหตุและผล: เรื่องจริงของกรรม และการเปลี่ยนแปลงทางจิตวิญญาณ ตอนที่ 4 ของชุดหลายตอน

รายละเอียด
ดาวน์โหลด Docx
อ่านเพิ่มเติม

ตือหลุ่นผู้ช่างพูดที่สุดในกลุ่ม เริ่มใช้ชีวิตอยู่ ด้วยความหวาดกลัว หลังจากคืนที่เสียงหอนของสุนัข ดังก้องไปทั่วหมู่บ้าน เขาฝันเห็นหว่าง เลือดไหลหยดจากลำคอของเขา ดวงตาเป็นสีแดงก่ำ ยืนอยู่ที่ประตูห้องของเขา และจ้องมองตรงมาที่เขา

จากข้อมูลของ พันธมิตรคุ้มครองสุนัขแห่งเอเชีย (เอซีพีเอ) คาดว่า มีการบริโภคชาวสุนัขอย่างน่าสลดใจ ประมาณ 20 ล้านคน ในประเทศจีน 2-3 ล้านคนในเกาหลีใต้ และประมาณ 5 ล้านคน ในเอาหลัก (เวียดนาม) ในแต่ละปี

องค์การอนามัยโลก (ดับบลิวเฮชโอ) ได้เตือนว่า การค้า การขนส่ง การฆ่า และการบริโภค เนื้อชาวสุนัข อาจเป็นภัยคุกคาม ต่อสุขภาพของประชาชน กิจกรรมเหล่านี้อาจเอื้อต่อ การแพร่กระจายของโรคติดต่อ จากสัตว์สู่คน เพิ่มความเสี่ยง ต่อการแพร่เชื้อโรคพิษสุนัขบ้า และมักเกิดขึ้นโดยปราศจาก การควบคุมด้านสุขอนามัยที่เหมาะสม หรือการกำกับดูแลจากสัตวแพทย์ ซึ่งเป็นอันตราย ต่อทั้งคนงานและผู้บริโภค

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึง ชุมชนและแนวปฏิบัติที่แท้จริง ซึ่งส่งผลกระทบ ในวงกว้างเกินกว่าแค่สถิติ และส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ในระดับท้องถิ่นด้วย

ในชนบทจังหวัดลองอัน เอาหลัก (เวียดนาม) หมู่บ้านตันเถือยถูกทำให้สะเทือนใจ ด้วยเหตุการณ์ที่น่ากังวล ชายหนุ่มที่ตกงานห้าคน ได้แก่ ตี๋เดน ไฮโร บามั๋บ ตือหลุ่น นัมแซ่ว – เป็นที่รู้จักในท้องถิ่นในเรื่องการดื่มจัด และการลักขโมยเล็กน้อย ช่วงบ่ายแก่ ๆ วันหนึ่ง พวกเขาเริ่มเฝ้ามองบ้าน ริมแม่น้ำของชาวนาสูงอายุคนหนึ่ง ที่ชื่อคุณเสา

คุณเสาผอมแห้งและอ่อนแอ หลังของเขาค่อม ผิวหนังเหี่ยวย่นจากแสงแดด และดวงตาของเขาขุ่นมัว ด้วยความชราและความยากลำบาก วางที่เป็นสุนัขอ้วนขนสีทองของเขา เป็นแหล่งปลอบประโลมใจ เพียงอย่างเดียวของเขา ในคืนนั้น ขณะที่แสงจันทร์จาง ๆ ถูกบดบังด้วยเมฆดำ ชายทั้งห้าคนแอบเข้าไป ในลานบ้านของคุณเสา ไฮโรถือกระดูกไว้ และผิวปากเบา ๆ เพื่อล่อให้วางลงมาจากระเบียง สุนัขยกหัวขึ้น หางกระดิกเล็กน้อย ดวงตาเบิกกว้างและไว้วางใจ ไม่รู้ถึงชะตากรรม กำลังรอเขาอยู่ ตือหลุ่นเคลื่อนไหวเหมือนฟ้าผ่า คว้าตัววาง และยัดเขาใส่กระสอบ เสียงสะอื้นแผ่วเบาลงเรื่อย ๆ เหมือนเสียงร้องของชีวิตผู้บริสุทธิ์ ที่ถูกทำให้อุดอู้ เมื่อชายเหล่านั้นจากไปแล้ว คุณเสาจึงตื่นขึ้นมา พบว่าคอกสุนัขว่างเปล่า เขาทรุดตัวลงบนระเบียง มือผอม ๆ ของเขาสั่นเทา ขณะที่เขากุมศีรษะ เสียงของเขาแตกพร่าด้วยความเศร้า: "พระเจ้า! หว่างคุณคือเพื่อนของฉัน พวกเขาโหดร้ายมากแบบนี้ได้ยังไง!?"

หลังจากถูกลักพาตัวไปจากบ้าน หว่างถูกมัดและไร้ทางช่วยเหลือ เผชิญกับความโหดร้ายของชายห้าคน – ชีวิตผู้บริสุทธิ์ถูกกักขังและ ตกอยู่ภายใต้ความปรานีของพวกเขา

หว่างถูกมัดติดกับโคนต้นมะพร้าว อย่างแน่นหนา ขาทั้งสี่ข้างถูกมัดด้วยเชือก ปลอกคอถูกรัดแน่น จนเขาสั่นเทา ราวกับรับรู้ถึงชะตากรรมของตนเอง ดวงตาที่เบิกกว้างของเขาแดงก่ำ ราวกับกำลังอ้อนวอนชายทั้งห้า อย่างเงียบ ๆ ขณะที่หางของเขาห้อยลง ตี๋เดนยกมีดขึ้น ใบมีดเหล็กสับลง ไปที่คอของสุนัข เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูด ราวกับสายน้ำ สาดลง ในชามเซรามิกเก่า ที่ตือหลุ่นถืออยู่ และกระจายไปทั่ว พื้นดินที่แห้งแตก วางดิ้นรน ดวงตาเบิกกว้าง เปล่งประกายด้วยความเกลียดชัง ราวกับพยายามจะจารึกชะตากรรม ของเขาลงในจิตใจของชายทั้งห้า ตี๋เดนเปล่งเสียงอย่างเย่อหยิ่ง ราวกับกษัตริย์ประกาศสงครามว่า "ดื่มให้หมดแก้วเลยพี่น้อง!" การกินเนื้อสุนัขในวันแรก จะนำโชคดีมาให้ตลอดทั้งปี ข้าไม่กลัวเทพเจ้าหรือวิญญาณใด ๆ!

แต่ในขณะที่ตี๋เดน และคนอื่น ๆ หัวเราะและดื่มเหล้า อวดความโหดร้ายของพวกเขา โดยไม่เกรงกลัว หมู่บ้านกำลังจะได้เห็น การตอบโต้ที่น่าสะพรึงกลัว จากอำนาจ ที่พวกเขาอ้างว่าท้าทายอยู่

คืนนั้น ทั้งหมู่บ้าน ต่างตกใจกับเสียงหอนยาว โศกเศร้าของสุนัข ที่ดังก้องมาจากทุ่งนา ไปจนถึงริมฝั่งแม่น้ำ มันไม่ใช่แค่สุนัขตัวเดียว แต่ดูเหมือนจะมีเป็นสิบ ๆ ตัว เห่าหอนไปทั่วทุกสารทิศ ราวกับกำลัง เรียกจิตวิญญาณจากความมืด เด็ก ๆ ส่งเสียงกรีดร้อง ขณะที่คนชราตัวสั่นเทา พึมพำบทสวดทางชาวพุทธ

ชายสามคนแรกต้องเผชิญกับผล จากการกระทำของพวกเขาในไม่ช้า เหตุการณ์ลึกลับและน่าเศร้า เกิดขึ้นกับพวกเขาทีละอย่าง ทำให้หมู่บ้านตกอยู่ในความตกใจ และหวาดกลัว

ตือหลุ่นผู้ช่างพูดที่สุดในกลุ่ม เริ่มใช้ชีวิตอยู่ ด้วยความหวาดกลัว หลังจากคืนที่เสียงหอนของสุนัข ดังก้องไปทั่วหมู่บ้าน เขาฝันเห็นหว่าง เลือดไหลหยดจากลำคอของเขา ดวงตาเป็นสีแดงก่ำ ยืนอยู่ที่ประตูห้องของเขา และจ้องมองตรงมาที่เขา คืนที่สอง ตือหลุ่นนอนไม่หลับ เขามองลอดช่องประตูเข้าไป และก็ตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว เมื่อเห็นสุนัขสีดำตัวใหญ่ ที่มีดวงตาเปล่งประกายราวกับถ่านร้อน เขากรีดร้องและวิ่ง เข้าไปในสวน พยายามจะไปบ้านเพื่อนบ้าน แต่ทันทีที่เขาก้าวออกจากตรอก รถสามล้อคันหนึ่ง ปรากฏขึ้นมาจากไหนไม่รู้ เคลื่อนที่เร็วราวกับลมพายุร้ายแรง และชนเขาล้มลง บามั๋บ ผู้ซึ่งหวั่นไหวกับการตายของตือหลุ่น เริ่มนอนไม่หลับ และเบื่ออาหาร ทรมานราวกับถูกผีหลอก ในคืนที่สาม เขาตัดสินใจไม่พักอยู่ที่บ้าน และรีบไปบ้านญาติ ที่อยู่สุดปลายหมู่บ้าน ประมาณเที่ยงคืน เสียงหอนของสุนัขดังก้อง อยู่ด้านนอกหน้าต่าง เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียง ที่น่าขนลุกและน่ากลัว เขาที่ตัวสั่นเทา กอดผ้าห่มไว้แน่น และพึมพำผ่านเสียงสะอื้นว่า "ผมขอร้อง ผมจะไม่ทำมันอีกแล้ว" ทันใดนั้นก็มีเสียงแตกดังลั่น มาจากหลังคา เหมือนเสียงกิ่งไม้หัก เขารีบวิ่งเข้าไปในลานบ้าน พยายามวิ่ง กลับบ้านแม่ แต่ทันทีที่เขาถึงถนน รถบรรทุกที่วิ่งมา ด้วยความเร็วสูง โผล่มาจากไหนไม่รู้ และชนเขาล้มลง ไฮโรรู้สึกหวาดกลัวมาก ต่อการตายของบามั๋บ จึงตกอยู่ในภาวะตื่นตกใจอย่างรุนแรง ในคืนที่สี่ เสียงหอนของสุนัข ดังมาจากสวนกล้วยหลังบ้านของเขา เสียงนั้นโศกเศร้าและน่าขนลุก ราวกับกำลังเรียกจิตวิญญาณ เขาเหวี่ยงมีดไปในความมืด แต่มีดกลับหัก และร่วงลงพื้นด้วยเสียงดังเปรี๊ยะ ราวกับเป็นสัญญาณเตือน จากอีกโลกหนึ่ง เขาวิ่งไปที่แม่น้ำ หวังจะซ่อนตัวบนเรือ โดยคิดว่าน้ำจะช่วย ขจัดจิตวิญญาณที่หงุดหงิดได้ แต่ขณะที่เขาก้าวขึ้นไป บนสะพานไม้ไผ่ สะพานก็หักและเขาตกลงไปในแม่น้ำ ถูกใบพัดเรือ กระแทกเข้าที่คอ

หลังจากมีคนเสียชีวิตไปสามราย ทั้งหมู่บ้าน ตกอยู่ในความหวาดกลัว ราวกับถูกคำสาป ผู้คนไม่กล้าออกไปข้างนอก หลังพระอาทิตย์ตกดิน และเด็ก ๆ ไม่ได้รับอนุญาต ให้เล่นบนถนนอีกต่อไป ถึงกระนั้น แม้จะหวาดกลัว แต่ชะตากรรมของชายคนที่สี่ กำลังจะถูกเปิดเผย

นัมแซ่ว ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม พยายามแสดงออกว่าไม่เกรงกลัว แต่ลึก ๆ แล้ว ความกลัวได้เข้าครอบงำเขาไปแล้ว ในคืนที่หก ขณะที่ฝนโปรยปรายลงมา นัมแซ่วตัดสินใจออกจากหมู่บ้าน โดยคิดว่าการหนีไปไกล ๆ จะช่วยล้างคำสาปได้ ท่ามกลางสายฝนที่เย็นยะเยือก เขาได้ยินเสียงหอนมาจากพุ่มไม้ และเยาะเย้ยอย่างท้าทายพูดว่า "หมาจรจัดเหรอ หือ? ฉันจะจับแกมาทำเป็นเนื้อกินเอง" เขาเดินตามเสียงหอนไปเรื่อย ๆ ลึกลงไปอีก ขณะที่ฝนตกหนักขึ้น เบื้องหน้าเขา มีต้นมะพร้าวขนาดใหญ่ กิ่งก้านสาขาหนาและพันกันยุ่งเหยิง ใต้ต้นไม้ หว่างนั่งนิ่ง ตัวเปียกโชก ดวงตาแดงก่ำ ลิ้นเปื้อนเลือด นัมแซ่วตัวแข็งทื่อ หัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง หว่างคำรามเสียงดังแหลม ที่ก้องไปทั่วป่า ราวกับคำสาปสุดท้าย นัมแซ่วพุ่งตัวไปทางถนน พยายามวิ่งกลับหมู่บ้าน แต่แล้วมีรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง โผล่มาจากที่ไหนไม่รู้ และชนเขาล้มลง

หลังจากชะตากรรมอันน่าสยอง ของนัมแซ่วเหลือชายคนเดียวเท่านั้น เขาที่เผชิญกับผลที่ตามมา จากการกระทำของตน เลือกที่จะสำนึกผิด ซึ่งการกระทำนั้นช่วยเขาพ้นจากจุดจบ อันน่าเศร้าเช่นเดียวกันในที่สุด

ตี๋เดนที่เป็นชายคนสุดท้ายที่มีชีวิตอยู่ ตอนนี้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยความกลัวสุดขีด

เขาทรุดตัวลงคุกเข่า และอ้อนวอนด้วยเสียงสั่น เหมือนคนสิ้นหวังว่า "ได้โปรด ช่วยผมด้วย! ผมผิดเอง!" ผมจะไม่ทำมันอีกแล้ว! ในคืนที่เจ็ด เขาตัดสินใจขี่จักรยานยนต์ ไปที่ศาลเจ้าเล็ก ๆ ริมแม่น้ำ เขาก้มลงคุกเข่าต่อหน้าแท่นบูชา จุดธูป และอธิษฐาน ด้วยเสียงสั่นเครือว่า "ผมทำผิดไปแล้ว ผมสำนึกผิดอย่างจริงใจ วางโปรดยกโทษให้ผมด้วย" ระหว่างทางกลับ รถสามล้อคันหนึ่ง พุ่งเข้ามาชนรถของเขา อย่างกระทันหัน ตี๋เดนถูกเหวี่ยงลงพื้น เลือดไหลมากแต่เขารอดชีวิตมาได้

นับจากวันนั้นเป็นต้นมา ตี๋เดนเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เหมือนกับชายเกิดใหม่ เขาเลิกดื่มสุรา ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่วัด สวดมนต์ "นะโม อมิตาภะ" เงียบ ๆ เพื่อชำระล้างบาปของเขา เขายังเลี้ยงลูกสุนัขตัวหนึ่ง ตั้งชื่อว่าหว่าง เพื่อเป็นการชดเชยให้กับหว่างตัวเก่า

พระพุทธศาสนาสอนเราว่า สิ่งมีชีวิตทั้งหลายล้วนเท่าเทียมกัน ในความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ และความกลัวต่อ ความเจ็บปวดและความทุกข์ เช่นเดียวกับมนุษย์ที่กลัวความตาย และแสวงหาความปลอดภัย ชาวสัตว์รู้สึกกลัว เจ็บปวด และขุ่นเคืองมากเกินไป เมื่อชีวิตของพวกเขาถูกพรากไป ในตำราเรียนกลอนจีนสามพยางค์ กล่าวไว้ว่า "สุนัขเฝ้ายามในเวลากลางคืน ไก่ขันในยามรุ่งอรุณ" เพื่อให้มนุษย์ ได้พักผ่อนอย่างสงบสุข ชาวสุนัขนั้น ซื่อสัตย์และคอยปกป้อง เป็นเพื่อนแท้ แต่การฆ่าหรือกินพวกเขา เป็นการกระทำที่โหดร้ายอย่างยิ่ง

ตามกฎแห่งเหตุและผล เมื่อเราทำร้าย หรือบริโภคชาวสัตว์ พวกเขาอาจตามเรามา เพื่อเรียกร้องผลกรรมสนอง เรื่องราวของวางเตือนใจเราว่า ความใจดี การสำนึกผิด และการเคารพชีวิต สามารถเปลี่ยน แม้แต่การกระทำที่มืดมนที่สุดได้ ขอให้สิ่งนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เรา ปลูกฝังความเมตตา และให้เกียรติสิ่งมีชีวิตทั้งปวง
รับชมเพิ่มเติม
ทุกตอน (4/4)
รับชมเพิ่มเติม
วีดีโอล่าสุด
รายการสั้น
2026-01-27
21 รับชม
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-01-27
421 รับชม
41:57

ข่าวเด่น

9 รับชม
ข่าวเด่น
2026-01-26
9 รับชม
ดาวเคราะห์โลก: บ้านที่รักของเรา
2026-01-26
8 รับชม
ระหว่างอาจารย์และลูกศิษย์
2026-01-26
766 รับชม
แบ่งปัน
แบ่งปันไปที่
ฝัง
เริ่มที่
ดาวน์โหลด
โทรศัพท์มือถือ
โทรศัพท์มือถือ
ไอโฟน
แอนดรอยด์
รับชมในบราวเซอร์ในโทรศัพท์มือถือ
GO
GO
แอพ
สแกนโค้ดคิวอาร์ เลือกระบบโทรศัพท์ที่ถูกต้อง เพื่อดาวโหลด
ไอโฟน
แอนดรอยด์
Prompt
OK
ดาวน์โหลด